ประกันภัยรถยนต์

ในตอนนี้ประเทศไทยมีรถยนต์อยู่บนท้องถนนมากกว่า 30 ล้านคันจึงไม่แปลกเลยที่เรื่องของการทำ ประกันภัยรถยนต์ เป็นสิ่งจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อที่จะให้ผู้ขับขี่อุ่นใจบนท้องถนน ดังนั้นวันนี้เรามาศึกษาเรื่องของประกันภัยรถยนต์กันเถอะ

ประกันภัยรถยนต์คืออะไร

ประกันภัยรถยนต์ ก็คือการประกันความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้รถ โดยผู้รับทำประกันจะต้องจ่ายค่าสินไหมเป็นการตอบแทนผู้ทำประกันที่จ่ายค่าเบี้ยประกันรถยนต์ให้กับผู้รับทำประกัน

เกร็ดความรู้

  • ค่าสินไหม คือเงินที่ผู้รับประกันจะต้องจ่ายให้ผู้ทำประกันเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นต่อทรัพย์สินหรือบุคคล
  • เบี้ยประกันรถยนต์ คือจำนวนเงินที่ต้องจ่ายให้กับบริษัทประกันเพื่อแลกกับความคุ้มครอง

ก่อนจะพูดถึงประกันรถยนต์ที่เราสามารถเลือกได้เอง เรามาพูดถึง ประกันภัยรถยนต์ ที่ทางกฎหมายบังคับให้ทำกันก่อนนั้นคือ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 เรียกอีกอย่างนึงว่า พรบ รถยนต์

ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ

พรบ รถยนต์ อยู่ในหมวดของ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ ให้ความคุ้มครองแก่บุคคลที่ประสบภัยจากรถไม่ว่าจะเป็น ผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือคนเดินเท้า โดยจะคุ้มครองเฉพาะค่าเสียหายที่เกิดกับผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเท่านั้น

  • กรณีบาดเจ็บ จ่ายไม่เกิน 50,000 บาท/คน
  • กรณีเสียชีวิต หรือทุพพลภาพ จ่ายไม่เกิน 200,000 บาท/คน

ขอยกตัวอย่างสักนิดก่อนจะเข้าเรื่องของ ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ที่เราเลือกได้เอง

หญิงแย้มกับชายกลาง ไม่ตั้งใจมองถนนจึงทำให้ขับรถชนจนบาดเจ็บหลังจากนำตัวไปส่งโรงพยาบาลค่ารักษาที่เกิดขึ้นเป็นดังนี้

  • หญิงแย้ม มีค่ารักษาพยาบาล 55,000 บาท
  • ชายกลาง มีค่ารักษาพยาบาล 55,000 บาท
  • รวมค่ารักษาพยาบาล 110,000 เบิก พรบ ได้ทั้งหมด 100,000 เหลือ 10,000 บาท
  • และยังมีค่าซ่อมรถอีก 120,000 บาท ซึ่งส่วนนี้พรบไม่จ่ายไม่คุ้มครองต่อทรัพย์สิน

รวมทั้งหมดมีค่าเสียหายส่วนที่เหลือเท่ากับ 130,000 บาท ที่เราจะต้องจ่ายเอง !

ดังนั้นจึงมีการทำ ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ขึ้นเพื่อที่จะป้องกันค่าใช้จ่ายในส่วนที่เหลือนี้นั้นเอง

อ่านเพิ่มเติม : พรบ รถยนต์ คืออะไร

ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ

เป็น ประกันรถยนต์ ที่เราสามารถเลือกได้เองตามความสมัครใจ ความคุ้มครองครอบคลุมมากกว่าประกันภาคบังคับ เช่น คุ้มครองบุคคลและทรัพย์สิน เลือกได้หลากหลายประเภทแต่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 รองลงมาคือ ประกันภัยรถยนต์ชั้น2+ 3+และ3 ตามลำดับ

ประกันภัยรถยนต์ชั้น1

ประกันชั้น1 เหมาะสำหรับ รถใหม่สภาพดี อายุไม่เกิน7ปี

ประกันชั้น1 คุ้มครองอะไรบ้าง

  • ค่ารักษาพยาบาล+ค่าซ่อมรถของคู่กรณีและผู้ทำประกัน
  • รถยนต์สูญหาย
  • ไฟไหม้
  • ภัยธรรมชาต น้ำท่วม

จุดเด่นของประกันภัยชั้น1 ก็คือสามารถคุ้มครองรถยนต์ของเราได้แม้ไม่มีคู่กรณี

อ่านเพิ่มเติม : ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 คุ้มครองอะไรบ้าง ราคาเท่าไหร่ เหมาะกับใคร

ประกันภัยรถยนต์ชั้น2+

ประกันชั้น2+เหมาะสำหรับ รถที่บริษัทประกันไม่รับทำประกันชั้น1 เนื่องจากอายุรถเกินหรือมูลค่ารถไม่ถึงตามที่กำหนด รวมถึงบุคคลที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงจากอุบัติเหตุใหญ่ ๆ รถติดแก๊ส และรถที่เสี่ยงต่อการสูญหาย

ประกันชั้น2+ คุ้มครองอะไรบ้าง

  • ค่ารักษาพยาบาลและค่าซ่อมรถของบุคคลภายนอก
  • ค่ารักษาพยาบาลของบุคคลภายในรถ
  • ค่าซ่อมรถ (มีเงื่อนไขต้องเป็นเหตุที่เกิดจากการชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น ถ้าไม่มีคู่กรณีไม่คุ้มครอง)
  • รถสูญหาย
  • ไฟไหม้

อ่านเพิ่มเติม : ประกันภัยรถยนต์ชั้น2+ คุ้มครองอะไรบ้าง เหมาะกับใคร ราคาเท่าไหร่

ประกันภัยรถยนต์ชั้น3+

ประกันชั้น3+ มีความคุ้มครองคล้ายกับประกันชั้น2+ แต่ว่ามีความคุ้มครองที่ถูกลดลงมา เหมาะสำหรับบุคคลที่ไม่มีความเสี่ยงรถสูญหาย ไฟไหม้ และต้องการความคุ้มครองกับเหตุการณ์รถชนรถบนท้องถนน

ประกันชั้น3+ คุ้มครองอะไรบ้าง

  • ค่ารักษาพยาบาลค่าซ่อมรถของบุคคลภายนอก
  • ค่ารักษาพยาบาลบุคคลภายในรถ
  • ค่าซ่อมรถยนต์ ติดเงื่อนไขเหมือนประกันชั้น2+

อ่านเพิ่มเติม : ความรู้ ประกันภัยรถยนต์ชั้น3+ ราคาถูก ความคุ้มครองสุดคุ้ม ฉบับ 2561

ประกันภัยรถยนต์ชั้น3

ประกันชั้น3 เหมาะสำหรับบุคคลที่ต้องการแค่ป้องกันความเสียหายของคู่กรณี พร้อมซ่อมรถยนต์ของตนเอง

ประกันชั้น3 คุ้มครองอะไรบ้าง

  • ค่ารักษาพยาบาลค่าซ่อมรถของบุคคลภายนอก

อ่านเพิ่มเติม : ข้อดี ประกันภัยรถยนต์ชั้น3 ราคาถูก ที่ใครหลายคนนึกไม่ถึง !

สำหรับบทความนี้ก็หวังว่าเพื่อน ๆ ที่อ่านจนจบจะได้รับความรู้เรื่องของ ประกันภัยรถยนต์ กันไปแบบเต็ม ๆ นะครับ

Pin It on Pinterest

Share This